กฎหมายทวงหนี้ที่เจ้าหนี้ควรรู้


สำหรับคนที่ประกอบอาชีพต่าง ๆ เพื่อหาเงินเพื่อมาใช้จ่ายในแต่ละวัน บางครั้งด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างทำให้ต้องมีการกู้หนี้ยืมสิน เช่น การผ่อนบ้าน ผ่อนรถ การลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจต่าง ๆ ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น หลายคนเป็นหนี้โดยไม่ประเมินความสามารถของตนเองก่อนว่าสามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้ตามกำหนดหรือไม่ ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย แต่ทั้งนี้ผู้ที่มีปัญหาไม่ใช่แค่ลูกหนี้เท่านั้น เพราะในบางครั้งเจ้าหนี้ก็อาจถูกลูกหนี้หลอกลวง หรือฉ้อโกงได้ หากเจ้าหนี้ไม่มีความรู้ด้านกฎหมายมากพอ ดังนั้นการรู้กฎหมายเกี่ยวกับหนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ในบทความนี้จะขอยกตัวอย่าง กฎหมายบางข้อใน พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 เพื่อประโยชน์ของผู้ที่เป็นเจ้าหนี้ หรือประกอบธุรกิจทวงถามหนี้

สำหรับเจ้าหนี้การทวงถามหนี้ควรเป็นไปตามกฎหมายที่สำคัญควรเก็บหลักฐาน สัญญาการกู้ยืมต่าง ๆ ไว้เป็นอย่างดีเผื่อเกิดปัญหาตามาภายหลัง เช่น ผู้ที่ประกอบธุรกิจทวงหนี้ต้องผ่านการจดทะเบียนทวงถามหนี้เสียก่อน หากผู้ประกอบธุรกิจทวงหนี้เป็นทนายความสามารถจดทะเบียนได้ที่สภาทนายความ หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท โดยให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2558 คือวันที่ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้มีผลบังคับใช้

ตาม พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ เจ้าหนี้สามารถติดต่อลูกหนี้ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ภายในเวลา 08.00-20.00 น. สำหรับวันหยุดราชการสามารถติดต่อได้ในเวลา 8.00 น.-18.00 น. ตามสถานที่ที่นัดหมายไว้ หากฝ่าฝืนจะถูกระงับการดำเนินการ หากฝ่าฝืนซ้ำจะถูกปรับไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากนี้ยังมีกฎหมายข้ออื่น ๆ อีก เช่น กรณีที่เป็นผู้ได้รับมอบหมายมาเพื่อทวงหนี้ควรมีหลักฐานแสดงตนด้วย นอกจากนี้ยังห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐประกอบธุรกิจทวงหนี้ หรือช่วยเหลือผู้อื่นทวงหนี้ หากไม่ใช่หนี้ของตนเอง เว้นแต่เป็นหนี้ของพ่อแม่ ลูก หรือสามีภรรยา สามารถทวงหนี้ได้ตามกฎหมาย ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามทวงหนี้กับผู้ที่ไม่ใช่ลูกหนี้ เว้นเสียแต่ว่าเป็นผู้ที่ลูกหนี้ระบุให้ไปทวงถามโดยผู้ทวงหนี้ต้องแสดงตนให้ชัดเจนว่าต้องการถามหาข้อมูลเพื่อติดต่อกับลูกหนี้ แต่ห้ามไม่เปิดเผยข้อมูลการเป็นหนี้ของลูกหนี้และห้ามหลอกลวงเพื่อให้ได้ข้อมูลมา นอกจากนี้ยังห้ามใช้เครื่องหมาย ข้อความ หรือชื่อทางธุรกิจของเจ้าหนี้มาทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท เป็นต้น

จากตัวอย่างกฎหมายเกี่ยวกับหนี้สำหรับเจ้าหนี้ที่ได้ยกตัวอย่างไป จะเห็นได้ว่ากฎหมายไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ใครหลายคนมองข้าม ไม่ใช่เฉพาะเจ้าหนี้เท่านั้นที่ควรรู้กฎหมาย คนทั่วไปก็เช่นกัน ควรศึกษากฎหมายเสีย แต่วันนี้เพื่อประโยชน์ต่อตัวคุณเองในอนาคต